ข้ า พ ร ะ พุ ท ธ เ จ้ า    ~    ก ลุ่ ม เ ว็ บ จี พี เ อ ส เ ที่ ย ว ไ ท ย ด อ ท ค อ ม   (กลุ่มเว็บลูกหลานชาวพิจิตร)

รับทำเว็บบอร์ด smf ปรับแต่ง smf เว็บไซต์หน่วยงาน เว็บไซต์สำเร็จรูป โทร. 089-7511593,  ID-Line: inotty theterraceview-khaokho เว็บทรีโอแมส สนใจฝากแบนเนอร์...เชิญครับ
วิทยาลัยเทคโนโลยีชื่นชม ไทย-เยอรมัน สระบุรี แนชเชอรัล รีสอร์ต (Nat's Resort) พิจิตร สนใจฝากแบนเนอร์...เชิญครับ สนใจฝากแบนเนอร์...เชิญครับ
ลิ้ ง ค์ ก า ร พ นั น ..!!     แ บ น เ น อ ร์ ก า ร พ นั น ..!!     ไ ม่ ต้ อ ง พ ย า ย า ม ติ ด ต่ อ ม า     ไ ม่ ต้ อ น รั บ ..??

....:::: ::::....         แล้งน้ำ, น้ำท่วม, ลดโลกร้อน เพื่อแก้ปัญหาในระยะยาวในเรื่องดังกล่าว ทางเว็บขอร่วมรณรงค์ให้พี่น้องช่วยกันปลูกป่าทั่วแผ่นดินเพื่อแก้ปัญหาระยะยาวตามพระราชดำริของพ่อ เช่น ท่านที่อยู่ต้นน้ำตามภูเขาที่ลาดชัน หรือตามท้องไร่ท้องนาหัวคันนา ปลูกเท่าที่ทำได้ ทำตอนนี้ลูกหลานเราจะได้ไม่เดือดร้อน ...             คำกล่าวของลุงตู่......... " ท่าน..ไม่ชอบผมไม่เป็นไร แต่ท่านไม่ชอบประเทศของท่านไม่ควร อันศึกนอกศึกไกลผมไม่ห่วง แต่หวั่นทรวงศึกไกล้ไล่ข่มเหง หากคนไทยหันมาฆ่ากันเอง เราจะร้องเพลงชาติไทย ให้ใครฟัง..??!! "             เว็บจีพีเอสเที่ยวไทยดอทคอม     "เว็บท่องเที่ยว-ถ่ายภาพ และพิกัดGPS"       ....:::: ::::....

  สังคมแห่งการแบ่งปันนี้จะไม่มีสิ่งที่เพื่อนต้องการ    เมื่อเพื่อนๆ มาแวะเยี่ยมแล้วไม่ฝากสิ่งใดไว้..!!     กลุ่มเว็บนี้..   ดำรงไว้ซึ่ง คุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรม จรรยาบรรณ ไม่เอาเปรียบเพื่อนมนุษย์ ไม่เห็นแก่ตัว ไม่ตักตวงผลประโยชน์เข้าตน..  


กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 2 3 4 [5] 6 7 8 9 10
41
การที่กรมธรรม์ประกันชีวิตครบกำหนดสัญญาถือเป็นช่วงเวลาแห่งความยินดี เพราะหมายถึงกำลังจะได้รับเงินผลประโยชน์ตามที่วางแผนไว้ แต่เพื่อให้กระบวนการรับเงินคืนเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีสะดุด และไม่เสียเวลาในการดำเนินการหลายครั้ง การ ขอรับ เงินครบกําหนดสัญญา ไทย ประกันชีวิตการเตรียมตัวล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ

1.วันครบกำหนดสัญญา และเงื่อนไขการรับเงิน
ตรวจสอบวันครบกำหนดจริง: ดูจากหน้าตารางกรมธรรม์ว่า "วันครบกำหนดสัญญา" ตรงกับวันที่เท่าไหร่ของปีใด เพื่อเตรียมเอกสารล่วงหน้า
เงื่อนไขการจ่ายเงิน: บริษัทประกันส่วนใหญ่อาจเริ่มดำเนินการจ่ายผลประโยชน์ได้ หลังจาก วันที่สัญญามีผลครบกำหนดแล้วเท่านั้น การยื่นเอกสารเร็วเกินไปอาจทำให้เอกสารค้างรอการดำเนินการ
รูปแบบการจ่ายเงิน: ตรวจสอบว่าเงินคืนจะถูกจ่ายเป็นเช็ค หรือการโอนเงินเข้าบัญชี (การโอนเงินมักจะรวดเร็วที่สุด)



2.เตรียมเอกสารหลักฐานให้ "ครบถ้วนและถูกต้อง"
การยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้การจ่ายเงินล่าช้า โดยเอกสารหลักที่มักจำเป็นต้องใช้ มีดังนี้:
แบบฟอร์มเรียกร้องผลประโยชน์: กรอกข้อมูลและลงลายมือชื่อให้ตรงกับลายมือชื่อในกรมธรรม์
กรมธรรม์ประกันชีวิต (ฉบับจริง): สำคัญมาก หากสูญหายต้องรีบติดต่อบริษัทเพื่อทำเรื่องแจ้งความกรมธรรม์สูญหายก่อน
บัตรประชาชน: สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เอาประกันภัย พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
บัญชีธนาคาร: สำเนาสมุดบัญชีธนาคารสำหรับโอนเงิน (ควรเป็นบัญชีชื่อผู้เอาประกันภัยเท่านั้น)

3.ตรวจสอบลายมือชื่อและข้อมูลส่วนตัว
ลายมือชื่อต้องตรง: ลายมือชื่อที่ลงในแบบฟอร์มเรียกร้องผลประโยชน์ต้อง ตรงกัน กับลายมือชื่อที่เคยให้ไว้กับบริษัทประกันตั้งแต่ตอนขอเอาประกันครั้งแรก หากลายเซ็นแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด อาจต้องมีการยืนยันตัวตนเพิ่มเติม
กรณีเปลี่ยนชื่อ-สกุล: หากมีการเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุลหลังจากทำประกัน ต้องเตรียม สำเนาใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อ-สกุล มาประกอบการยื่นขอรับเงินด้วย

4.ติดต่อตัวแทนหรือบริษัทล่วงหน้า
ขอคำแนะนำ: หากไม่มั่นใจว่าต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง หรือวิธีการกรอกแบบฟอร์มอย่างไร ให้ติดต่อ ตัวแทนประกันชีวิต ที่ดูแลโดยเร็วที่สุด เพื่อให้เขาช่วยตรวจสอบความถูกต้องและอำนวยความสะดวกในการยื่นเอกสาร
ยืนยันที่อยู่ปัจจุบัน: ตรวจสอบกับบริษัทว่าข้อมูลที่อยู่และช่องทางการติดต่อเป็นปัจจุบัน เพื่อให้บริษัทสามารถส่งเอกสารหรือติดต่อกลับหากมีข้อสงสัย

5. ภาษีที่เกี่ยวข้องกับการรับเงิน (ถ้ามี)
โดยปกติแล้ว ผลประโยชน์ที่ได้รับจากกรมธรรม์ประกันชีวิตเมื่อครบกำหนดสัญญา ไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา อย่างไรก็ตาม:
ดอกเบี้ย/ผลตอบแทนจากกรมธรรม์: หากมีการรับผลประโยชน์ที่เข้าข่ายดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนจากการลงทุน (เช่น ในกรณีของประกันควบการลงทุน) อาจมีส่วนที่ต้องเสียภาษีตามกฎหมาย (ผู้รับเงินควรสอบถามรายละเอียดกับบริษัทประกันหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี)

การเตรียมเอกสารให้พร้อมตามขั้นตอนเหล่านี้ จะช่วยให้ได้รับเงินครบกำหนดสัญญาอย่างรวดเร็วและครบถ้วนตามที่คาดหวังไว้ หากกรมธรรม์ของใกล้ครบกำหนดแล้ว อย่าลังเลที่จะติดต่อบริษัทประกันของทันทีเพื่อเริ่มดำเนินการ

42
การวางแผนอนาคตทางการเงิน และการสร้างความมั่นคงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง กรมธรรม์ประกันชีวิต คือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เป้าหมายนี้เป็นจริงได้ อย่างไรก็ตาม สำหรับมือใหม่ การทำความเข้าใจประเภทของกรมธรรม์ประกันชีวิตอาจจะดูซับซ้อนไปบ้างกรมธรรม์ประกันชีวิต มีกี่แบบ และแต่ละแบบมีความโดดเด่นอย่างไรบ้าง

ประกันชีวิตคืออะไร
ก่อนจะไปดูประเภทของกรมธรรม์มาทำความเข้าใจพื้นฐานกันก่อน ประกันชีวิต คือสัญญาที่ทำขึ้นระหว่าง ผู้เอาประกันภัย (ลูกค้า) กับ บริษัทประกันชีวิต (เช่น ไทยประกันชีวิต) โดยที่ผู้เอาประกันภัยจะจ่ายเบี้ยประกันเป็นงวดๆ และบริษัทจะจ่ายเงินผลประโยชน์ตามเงื่อนไขที่กำหนด เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ เช่น การเสียชีวิต การมีชีวิตอยู่จนครบกำหนดสัญญา หรือการเจ็บป่วย/ทุพพลภาพ (ขึ้นอยู่กับสัญญาเพิ่มเติม)



กรมธรรม์ประกันชีวิตมี 4 ประเภทหลัก
โดยทั่วไปแล้ว กรมธรรม์ประกันชีวิตสามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ตามลักษณะของความคุ้มครองและผลตอบแทน ดังนี้:

1. ประกันชีวิตตลอดชีพ
เน้น: ให้ความคุ้มครองยาวนาน ตลอดชีวิต ของผู้เอาประกันภัย (ส่วนใหญ่มักจะถึงอายุ 90 ปี หรือ 99 ปี)
การจ่ายเบี้ย: ชำระเบี้ยประกันเป็นระยะเวลาสั้นกว่าความคุ้มครอง เช่น ชำระ 10 ปี, 20 ปี, หรือจนถึงอายุ 60 ปี แต่ให้ความคุ้มครองยาวไป
จุดเด่น: เหมาะสำหรับคนที่ต้องการสร้างมรดก หรือต้องการความคุ้มครองระยะยาวให้แก่ครอบครัวอย่างแท้จริง มีมูลค่าเงินสดสะสมในกรมธรรม์
ตัวอย่างจากไทยประกันชีวิต: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนมรดกและหลักประกันให้ครอบครัวระยะยาว

2. ประกันชีวิตชั่วระยะเวลา
เน้น: ให้ความคุ้มครอง ตามระยะเวลาที่กำหนด อย่างชัดเจน เช่น 5 ปี, 10 ปี, 20 ปี หรือถึงอายุ 60 ปี
การจ่ายเบี้ย: เบี้ยประกันค่อนข้างต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับทุกประเภท เนื่องจากไม่มีการสะสมมูลค่าเงินสด
จุดเด่น: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองสูง ในช่วงระยะเวลาที่มีภาระหนี้สินสูง หรือมีลูกที่ยังต้องดูแล เมื่อครบกำหนดสัญญา สัญญาก็จะสิ้นสุดลง
ตัวอย่างจากไทยประกันชีวิต: เหมาะสำหรับคนที่มีงบจำกัด แต่ต้องการวงเงินคุ้มครองสูงในระยะสั้น/กลาง

3. ประกันชีวิตสะสมทรัพย์
เน้น: การผสมผสานระหว่าง ความคุ้มครองชีวิต และ การออมเงิน/การลงทุน
การจ่ายเบี้ย: ชำระเบี้ยตามระยะเวลาที่กำหนด และจะได้รับเงินคืนเป็นงวดๆ หรือได้รับเงินก้อนใหญ่เมื่อครบกำหนดสัญญา
จุดเด่น: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการออมเงินที่มีวินัย พร้อมทั้งได้รับความคุ้มครองชีวิตไปพร้อมกัน ผลตอบแทนแน่นอนและทราบล่วงหน้า
ตัวอย่างจากไทยประกันชีวิต: มีหลากหลายแบบให้เลือก ทั้งแบบออมสั้น คืนเร็ว และแบบออมยาวเพื่อเป้าหมายใหญ่ เช่น การศึกษาบุตร หรือวัยเกษียณ

4. ประกันชีวิตควบการลงทุน
เน้น: ความยืดหยุ่นสูง โดยผู้เอาประกันสามารถ เลือกสัดส่วน ของเบี้ยประกันที่นำไปใช้ในการคุ้มครองชีวิต และส่วนที่นำไป ลงทุนในกองทุนรวม
จุดเด่น: สามารถปรับเปลี่ยนความคุ้มครองและแผนการลงทุนได้ตามความเหมาะสมในแต่ละช่วงชีวิต มีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนสูง (แต่ก็มีความเสี่ยงตามมาด้วย)
ตัวอย่างจากไทยประกันชีวิต: เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้ ต้องการความคุ้มครองที่สูง พร้อมโอกาสสร้างผลตอบแทนที่เหนือกว่าเงินฝาก

43
ซื้อ-ขาย, ฝากประชาสัมพันธ์ทั่วไป / วางแผนชีวิตที่ใช่ สูงวัยไร้กังวล
« กระทู้ล่าสุด โดย chonthisak เมื่อ 24 พฤศจิกายน 2568, เวลา 15:24:47 น. »
เมื่อก้าวเข้าสู่วัย 50 ปี ชีวิตมักจะมาพร้อมกับความมั่นคงทางการเงินและประสบการณ์ชีวิตที่สั่งสมมา แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดและไม่ควรมองข้ามคือ สุขภาพ การวางแผนรับมือกับค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในอนาคตจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือก ประกันสุขภาพผู้สูงอายุ 50 ปีขึ้นไป ที่ตอบโจทย์ได้อย่างครอบคลุม

1. ทำไมต้องเริ่มวางแผนประกันสุขภาพหลังอายุ 50 ปี
ช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป คือช่วงเวลาที่ร่างกายเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงและมีความเสี่ยงต่อโรคที่มาพร้อมกับวัยมากขึ้น เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือโรคมะเร็ง การมีแผนประกันสุขภาพที่ดีจะช่วย:
•ลดภาระค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่: ค่ารักษาพยาบาลในปัจจุบันมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ การเจ็บป่วยครั้งใหญ่อาจทำให้เงินเก็บที่เตรียมไว้เกษียณหมดลงอย่างรวดเร็ว
•เข้าถึงการรักษาที่ดีที่สุด: ประกันสุขภาพช่วยให้เลือกเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย
•ความมั่นคงทางจิตใจ: การรู้ว่ามีเกราะป้องกันทางการเงินในด้านสุขภาพจะช่วยให้คุณและครอบครัวใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจและมีความสุขมากขึ้น



2. เกณฑ์สำคัญในการเลือกซื้อประกันสุขภาพสำหรับวัย 50+
การเลือกประกันสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุนั้นแตกต่างจากการเลือกแผนประกันสำหรับวัยหนุ่มสาว ควรพิจารณาจากเกณฑ์เหล่านี้:
วงเงินคุ้มครองและแผนเหมาจ่าย ควรเลือกวงเงินที่สูงและครอบคลุมเพียงพอต่อค่าห้อง ค่าแพทย์ และค่ายาที่เพิ่มขึ้น แผนเหมาจ่าย มักเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
ความคุ้มครองโรคเรื้อรัง/โรคร้ายแรง ตรวจสอบว่าแผนประกัน ครอบคลุม โรคที่มากับวัย เช่น เบาหวาน ความดัน หรือโรคร้ายแรงหลังจากการทำสัญญาหรือไม่ (มักมีระยะเวลารอคอย)
ค่าใช้จ่ายผู้ป่วยนอก (OPD) หากต้องเข้าพบแพทย์เพื่อติดตามอาการหรือรับยาต่อเนื่อง ควรเลือกแผนที่มี OPD ที่มีวงเงินต่อครั้งที่เหมาะสม
ขีดจำกัดอายุรับประกัน   บริษัทประกันส่วนใหญ่อาจมีข้อจำกัดในการรับประกันใหม่สำหรับผู้สูงอายุ ตรวจสอบว่าแผนนั้น รับประกันถึงอายุเท่าไหร่ และ ต่ออายุได้ถึงอายุเท่าไหร่ (บางแผนรับถึง 90 หรือ 99 ปี)
เบี้ยประกันภัย เปรียบเทียบเบี้ยประกันกับความคุ้มครองที่ได้รับ และดูแนวโน้มการปรับเบี้ยตามช่วงอายุที่สูงขึ้น

3. ประกันสุขภาพผู้สูงอายุ vs. ประกันโรคร้ายแรง: ควรเลือกอะไร
ผู้สูงอายุควรพิจารณาซื้อควบคู่กัน หากงบประมาณเอื้ออำนวย:
•ประกันสุขภาพผู้สูงอายุแบบหลัก: เน้นการคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลทั่วไป (ผู้ป่วยใน) และค่าห้อง เป็นเกราะป้องกันพื้นฐาน
•ประกันโรคร้ายแรง: เน้นการจ่ายเงินก้อนครั้งเดียวเมื่อตรวจพบโรคร้ายแรงตามที่กำหนด เงินก้อนนี้สามารถนำไปใช้ในการรักษาทางเลือก, ค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องกับการแพทย์, หรือชดเชยรายได้ที่หายไป
คำแนะนำ: สำหรับผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป การทำประกันสุขภาพอาจต้องมีการ ตรวจสุขภาพ ก่อนการรับประกัน หรือมีข้อยกเว้นบางโรคที่เป็นมาก่อน ดังนั้นการตัดสินใจทำประกันตั้งแต่เนิ่น ๆ ขณะที่สุขภาพยังแข็งแรงจึงเป็นข้อได้เปรียบ

4. วางแผนอย่างชาญฉลาด: เคล็ดลับเพิ่มเติมสำหรับวัย 50+
1.ประเมินสุขภาพปัจจุบัน: หากมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว ควรเลือกบริษัทที่มีนโยบายยืดหยุ่น หรือปรึกษาตัวแทนเพื่อหาแผนที่สามารถรับประกันได้แม้มีโรคประจำตัว (อาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติม)
2.ใช้สิทธิ์ที่มีอยู่: ตรวจสอบสิทธิ์สวัสดิการอื่นๆ ที่มี เช่น ประกันสังคม, สวัสดิการข้าราชการ หรือสวัสดิการกลุ่มจากที่ทำงานเก่า เพื่อไม่ให้ซื้อความคุ้มครองที่ซ้ำซ้อน
3.วางแผนร่วมกับประกันชีวิต: พิจารณาทำสัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพควบคู่ไปกับกรมธรรม์ประกันชีวิตหลัก ซึ่งมักจะช่วยให้การวางแผนเบี้ยประกันและผลประโยชน์ในระยะยาวมีประสิทธิภาพมากขึ้น


44
ซื้อ-ขาย, ฝากประชาสัมพันธ์ทั่วไป / โถปัสสาวะชาย จากความจำเป็นสู่ความสะดวก
« กระทู้ล่าสุด โดย febru เมื่อ 24 พฤศจิกายน 2568, เวลา 10:02:01 น. »
ในยุคปัจจุบัน โถปัสสาวะชาย (Urinal) ถือเป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่ขาดไม่ได้ในห้องน้ำสาธารณะและเชิงพาณิชย์ ด้วยคุณสมบัติที่ช่วย ประหยัดน้ำ ใช้พื้นที่น้อย และ ทำความสะอาดง่าย แต่เคยสงสัยหรือไม่ว่า จุดกำเนิดของสุขภัณฑ์ที่มีความเฉพาะทางชิ้นนี้มาจากที่ใด ไปสำรวจประวัติศาสตร์อันน่าสนใจของโถปัสสาวะชาย ตั้งแต่แนวคิดเริ่มต้นจนถึงวิวัฒนาการสู่ระบบอัจฉริยะในยุคปัจจุบัน

จุดเริ่มต้นจากความแออัดและความต้องการสุขอนามัยที่ดีขึ้น
แนวคิดในการแยกพื้นที่ขับถ่ายปัสสาวะของผู้ชายออกจากห้องน้ำรวม (Stall) หรือโถส้วม (Toilet) นั้น เกิดขึ้นในช่วงกลางถึงปลายศตวรรษที่ 19 ในประเทศตะวันตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคของการขยายตัวของเมืองและอาคารสาธารณะขนาดใหญ่ เช่น โรงงาน สถานีรถไฟ และโรงเรียน



ความจำเป็นหลัก ๆ ที่นำไปสู่การพัฒนาโถปัสสาวะชายคือ
การจัดการความแออัด: ในสถานที่ที่มีผู้ชายใช้บริการจำนวนมาก การมีโถปัสสาวะชายที่ออกแบบมาให้ยืนใช้งานได้รวดเร็วกว่าโถส้วมแบบนั่งหรือแบบเหยียบ จะช่วย เพิ่มความรวดเร็ว ในการหมุนเวียนผู้ใช้งานในห้องน้ำ
สุขอนามัย: การออกแบบเฉพาะทางช่วยลดโอกาสในการสัมผัสพื้นผิวต่าง ๆ เมื่อเทียบกับการใช้โถส้วมทั่วไป ซึ่งส่งผลให้ สุขอนามัย โดยรวมของห้องน้ำดีขึ้น

โถปัสสาวะชายจากภาชนะสู่สุขภัณฑ์แบบติดตั้ง
1. ยุคก่อนประปา (Pre-Plumbing Era) ก่อนที่จะมีการติดตั้งระบบประปาที่ซับซ้อน ห้องน้ำในยุคแรก ๆ อาจใช้ภาชนะง่าย ๆ หรือช่องทางเฉพาะเพื่อรองรับของเสีย แต่เมื่อระบบประปาและระบบระบายน้ำเริ่มพัฒนา โถปัสสาวะชายก็เริ่มมีรูปร่างที่เป็นสุขภัณฑ์มากขึ้น

2. การถือกำเนิดของโถปัสสาวะชายแบบติดผนัง โถปัสสาวะชายในรูปแบบที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน เริ่มปรากฏขึ้นในช่วง ทศวรรษ 1850-1880 โดยผลิตจากวัสดุที่ทนทานและทำความสะอาดง่าย เช่น พอร์ซเลน และ ดินเผาเคลือบวิเทรียสไชน่า (Vitreous China) ซึ่งเป็นวัสดุที่นิยมใช้ผลิตโถสุขภัณฑ์มาจนถึงทุกวันนี้
ดีไซน์เริ่มต้น: โถปัสสาวะในยุคแรกอาจเป็นเพียงอ่างเล็ก ๆ ติดผนัง มีระบบชะล้างน้ำแบบง่าย ๆ หรือต้องใช้มือเปิดวาล์ว

3. การพัฒนาระบบชำระล้าง (Flush System) การพัฒนาครั้งสำคัญคือการเพิ่ม ระบบชำระล้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบที่ควบคุมการชะล้างโดยอัตโนมัติ (Automatic Flushing) หรือใช้เซ็นเซอร์ (ในภายหลัง) เพื่อให้มั่นใจว่าโถปัสสาวะจะถูกทำความสะอาดหลังการใช้งานทุกครั้ง ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสะอาดและลดกลิ่น

วิวัฒนาการสู่ยุคปัจจุบัน
โถปัสสาวะชายไม่ได้หยุดนิ่งอยู่แค่โถพอร์ซเลนติดผนังเท่านั้น แต่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์เรื่องความสะอาดและการประหยัดทรัพยากร:
โถปัสสาวะชายไร้น้ำ (Waterless Urinals): การออกแบบที่ใช้สารเคมีหรือระบบกับดักกลิ่นพิเศษ (Trap Insert) แทนการใช้น้ำชำระล้าง ช่วย ประหยัดน้ำได้มากถึง 100%
โถปัสสาวะชายพร้อมเซ็นเซอร์ (Sensor Urinals): ใช้ระบบอินฟราเรดตรวจจับการใช้งาน และชะล้างน้ำโดยอัตโนมัติ ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องสัมผัสกับพื้นผิว ลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค และมั่นใจได้ว่าโถจะสะอาดอยู่เสมอ
ดีไซน์ที่หลากหลาย: มีทั้งแบบแขวนผนัง (Wall-mounted) และแบบตั้งพื้น (Floor-standing) ที่ปรับให้เข้ากับการใช้งานและความสูงที่แตกต่างกัน

45
สุขภาพที่ดีคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด ในโลกปัจจุบันที่ค่ารักษาพยาบาลมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี การมี ประกันสุขภาพ ที่ไว้ใจได้จึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือ ความจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือกทำ ประกันสุขภาพกับไทยประกันชีวิต ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความมั่นคงและชื่อเสียงมายาวนาน

ทำไมต้องเลือกประกันสุขภาพกับไทยประกันชีวิต
ไทยประกันชีวิต ประกันสุขภาพ เป็นที่ยอมรับในฐานะผู้นำด้านการประกันชีวิตและสุขภาพในประเทศไทย ด้วยจุดเด่นที่ทำให้เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่กำลังมองหาความคุ้มครองสุขภาพ

ความมั่นคงและเชื่อถือได้: เป็นบริษัทที่ดำเนินงานมายาวนาน ทำให้ผู้เอาประกันมั่นใจได้ในความสามารถในการจ่ายค่าสินไหมทดแทน
เครือข่ายโรงพยาบาล: มีเครือข่ายโรงพยาบาลและคลินิกคู่สัญญาที่กว้างขวางทั่วประเทศ สะดวกต่อการเข้ารับการรักษา
ผลิตภัณฑ์หลากหลาย: มีผลิตภัณฑ์ ประกันสุขภาพ ให้เลือกมากมาย ตั้งแต่แผนราคาประหยัดไปจนถึงแผนที่ให้ความคุ้มครองระดับพรีเมียม
บริการที่เข้าใจคนไทย: เน้นการบริการที่เข้าถึงและเข้าใจความต้องการของคนไทยอย่างแท้จริง



แผนประกันสุขภาพยอดนิยมจากไทยประกันชีวิต
เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เราได้รวบรวมประเภทความคุ้มครองหลักๆ ของ ประกันสุขภาพ ไทยประกันชีวิต ที่เป็นที่นิยม

1. แผนคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล (IPD & OPD)
แผนพื้นฐานที่สำคัญที่สุด คือการคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเมื่อต้องนอนโรงพยาบาล (IPD - Inpatient Department) และบางแผนอาจขยายความคุ้มครองไปถึงการรักษาแบบผู้ป่วยนอก (OPD - Outpatient Department) ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนมองหาในการทำ ประกันสุขภาพ
เน้น IPD: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการวงเงินสูงในการรักษาโรคร้ายแรง หรือการผ่าตัดที่ต้องพักรักษาตัว
IPD + OPD: เหมาะสำหรับผู้ที่เข้าพบแพทย์บ่อยครั้ง และต้องการให้ประกันช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพหรือการรักษาเล็กน้อย

2. แผนประกันโรคร้ายแรง
โรคร้ายแรง เช่น มะเร็ง, หัวใจ, หรือโรคหลอดเลือดสมอง ต้องการวงเงินรักษาที่สูงมาก ไทยประกันชีวิต มีแผนที่ให้เงินก้อนทันทีเมื่อตรวจพบโรคร้ายแรงตามเงื่อนไข เพื่อเป็นทุนสำรองในการรักษาหรือใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

3. ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย
เป็นแผนที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูง เนื่องจากให้วงเงินรวมสูง และมีความยืดหยุ่นในการใช้จ่ายค่ารักษาพยาบาลต่างๆ ทั้งค่าห้อง ค่ายา ค่าแพทย์ และค่าผ่าตัด โดยมีจุดเด่นคือ "วงเงินเดียว เหมาจ่าย จบทุกความกังวล"

ข้อแนะนำ: ก่อนตัดสินใจ ควรพิจารณาวงเงินความคุ้มครองค่าห้องต่อวัน และวงเงินรวมต่อปี ว่าเพียงพอต่อโรงพยาบาลที่คุณต้องการเข้ารับการรักษาหรือไม่

46
ซื้อ-ขาย, ฝากประชาสัมพันธ์ทั่วไป / มีโรคประจำตัวทำประกันชีวิตรายปีได้ไหม
« กระทู้ล่าสุด โดย chonthisak เมื่อ 22 พฤศจิกายน 2568, เวลา 21:36:31 น. »
หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยที่สุดสำหรับผู้ที่สนใจทำประกันชีวิตคือ ถ้ามีโรคประจำตัวอยู่แล้วจะทำได้ไหมสำหรับ ประกันชีวิตรายปี ซึ่งเน้นการคุ้มครองความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต คำตอบคือ สามารถทำได้แต่บริษัทประกันจะมีการพิจารณาความเสี่ยงที่เข้มงวด หรือที่เรียกว่ากระบวนการ Underwriting

1. กระบวนการพิจารณารับประกัน (Underwriting)
เมื่อผู้มีโรคประจำตัวยื่นคำขอซื้อ ประกันชีวิตรายปี บริษัทจะพิจารณาข้อมูลเหล่านี้:
ประเภทของโรค: เป็นโรคเรื้อรัง (เช่น เบาหวาน ความดัน) หรือเป็นโรคที่หายขาดแล้ว
ความรุนแรงและระยะเวลา: อาการอยู่ในระดับใด มีภาวะแทรกซ้อนหรือไม่ และได้รับการรักษามานานแค่ไหนแล้ว
ประวัติการรักษา: แพทย์ผู้รักษาคือใคร ผลการตรวจล่าสุดเป็นอย่างไร



2. ผลกระทบของโรคประจำตัวต่อเบี้ย ประกันชีวิตรายปี
ผลลัพธ์จากการพิจารณาของบริษัทประกันสามารถแบ่งได้เป็น 3 กรณี:
1. รับประกันแบบปกติ (Standard Rate): หากโรคอยู่ในระยะควบคุมได้ดีมาก และไม่เพิ่มความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ
2. รับประกันแบบมีเบี้ยเพิ่ม (Rated Up): บริษัทรับประกัน แต่มีการเพิ่มเบี้ยประกันสูงกว่าคนปกติ เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงกว่า
3. ปฏิเสธการรับประกัน: หากโรคมีความรุนแรงมาก หรืออยู่ในช่วงของการรักษาที่ไม่แน่นอน

3. ทางเลือกสำหรับผู้มีประวัติสุขภาพที่ต้องการ ประกันชีวิตรายปี
หากถูกเพิ่มเบี้ยหรือถูกปฏิเสธการรับประกัน ยังมีทางเลือกที่สามารถพิจารณาได้:
เปลี่ยนแผน: พิจารณา ประกันชีวิตรายปี ที่มีทุนประกันต่ำลง หรือระยะเวลาคุ้มครองสั้นลง
เลือกประกันแบบไม่ต้องตรวจสุขภาพ: บางบริษัทมีแผนประกันที่เน้นการถามตอบสุขภาพเท่านั้น (มักมีทุนประกันจำกัด และเบี้ยประกันสูงกว่า)
การซื้อสัญญาเพิ่มเติม: หากสัญญาหลักถูกเพิ่มเบี้ย แต่สัญญาเพิ่มเติมบางตัว (เช่น อุบัติเหตุ) อาจไม่ได้รับผลกระทบ

4. สิ่งสำคัญที่สุด: การแถลงสุขภาพที่ตรงไปตรงมา
ไม่ว่าจะป่วยเป็นโรคอะไร การแถลงข้อมูลสุขภาพที่เป็นความจริงและครบถ้วนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะการปกปิดข้อมูลจะนำไปสู่การที่กรมธรรม์เป็นโมฆะเมื่อมีการเรียกร้องค่าสินไหมในอนาคต ทำให้ครอบครัวต้องเสียโอกาสในการได้รับความคุ้มครอง
47
กรมธรรม์ประกันชีวิต แบบสะสมทรัพย์ (Endowment Insurance) ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มผู้ที่ต้องการเครื่องมือทางการเงินที่ให้ผลตอบแทนแน่นอนและสร้างวินัยการออมอย่างเป็นระบบ โดยมีหลักการคือการรวมเอา "ความคุ้มครองชีวิต" และ "การเก็บออม" เข้าไว้ในสัญญาเดียว



1. กลไกการทำงานที่ทำให้การออมเป็นเรื่องง่าย
มีกำหนดเวลาชัดเจน: กรมธรรม์จะกำหนดระยะเวลาการชำระเบี้ยและระยะเวลาคุ้มครองที่ชัดเจน (เช่น ชำระเบี้ย 10 ปี คุ้มครอง 20 ปี) ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้ผู้เอาประกันต้องจ่ายเบี้ยอย่างสม่ำเสมอ เป็นการสร้างวินัยการออมที่ดีเยี่ยม
การันตีเงินคืน: บริษัทประกันชีวิตจะให้ผลประโยชน์เป็นเงินคืนตามช่วงเวลา หรือเป็นเงินก้อนเมื่อครบกำหนดสัญญา ซึ่งมักจะเป็นจำนวนเงินที่สูงกว่าเบี้ยประกันที่จ่ายไปทั้งหมด (การันตีผลตอบแทน)
คุ้มครองระหว่างออม: หากผู้เอาประกันเสียชีวิตก่อนครบกำหนดสัญญา ผู้รับประโยชน์จะได้รับทุนประกันตามที่ระบุไว้ทันที ทำให้เงินออมที่เพิ่งเริ่มต้นไม่สูญหายไป

2. ข้อดีและข้อพิจารณาสำหรับผู้ที่สนใจ
ข้อดีของสะสมทรัพย์   ข้อควรพิจารณา
การันตีผลตอบแทน และได้รับเงินคืนแน่นอน   เบี้ยประกันค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับทุนประกันที่ได้รับ
ลดหย่อนภาษี ได้ตามเงื่อนไขกรมสรรพากร   ผลตอบแทน มักจะต่ำกว่าการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ
สภาพคล่องต่ำ หากยกเลิกก่อนกำหนดจะได้เงินคืนน้อยกว่าเบี้ยที่จ่ายไป   

3. กรมธรรม์ประกันชีวิต สะสมทรัพย์เหมาะกับใคร
เหมาะกับผู้ที่ต้องการออมเงินเพื่อเป้าหมายระยะกลางถึงยาว (เช่น ค่าเล่าเรียนบุตร, เงินก้อนหลังเกษียณ) โดยต้องการความเสี่ยงต่ำและมีวินัยในการจ่ายเบี้ยอย่างสม่ำเสมอ

ประกันสะสมทรัพย์เหมาะกับใคร
ผู้ที่ต้องการวางแผนการเงินระยะยาว: เช่น เพื่อเป็นเงินทุนการศึกษาบุตร หรือเป็นเงินใช้จ่ายในวัยเกษียณ
ผู้ที่ต้องการความเสี่ยงต่ำ: เน้นความมั่นคงของเงินต้นและผลตอบแทนที่แน่นอน
ผู้ที่ต้องการสร้างหลักประกัน: ต้องการความคุ้มครองชีวิตเพื่อดูแลคนข้างหลังไปพร้อมกับการออมเงิน
กรมธรรม์แบบสะสมทรัพย์ จึงเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดในการสร้างความมั่งคั่งอย่างมีวินัย โดยมีหลักประกันชีวิตที่คอยดูแลคนที่คุณรักอยู่เบื้องหลังในแผนเดียว
48
นอกเหนือจากอายุและสุขภาพแล้ว อาชีพ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่บริษัทประกันใช้ในการพิจารณาความเสี่ยงและกำหนดอัตรา เบี้ยประกันชีวิต เนื่องจากอาชีพที่มีความเสี่ยงสูงต่อการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตในขณะปฏิบัติงาน จะทำให้บริษัทต้องแบกรับความเสี่ยงที่สูงกว่า

1. การจัดกลุ่มอาชีพและความเสี่ยงต่อ เบี้ยประกันชีวิต
บริษัทประกันจะจัดกลุ่มอาชีพออกเป็นหมวดหมู่ตามระดับความเสี่ยง โดยมีผลต่อการเรียกเก็บ เบี้ยประกันชีวิต และสัญญาเพิ่มเติม (โดยเฉพาะอุบัติเหตุ):

กลุ่ม 1 (ความเสี่ยงต่ำที่สุด): อาชีพสำนักงาน, ผู้บริหาร, ครูอาจารย์, แพทย์ (ทำงานในคลินิก/โรงพยาบาลทั่วไป) มักได้รับเบี้ยอัตรามาตรฐาน
กลุ่ม 2 (ความเสี่ยงปานกลาง): พนักงานขายที่ต้องเดินทางบ่อย, วิศวกรควบคุมงานในสำนักงาน, เชฟในร้านอาหาร
กลุ่ม 3 (ความเสี่ยงสูง): ช่างเทคนิคที่ต้องปีนที่สูง, ผู้รับเหมา, ช่างซ่อมรถ, อาชีพที่ต้องใช้เครื่องจักรหนัก เบี้ยประกันจะเพิ่มขึ้น (Rated-up) หรือมีการจำกัดวงเงินความคุ้มครอง
กลุ่ม 4 (ความเสี่ยงสูงสุด/ไม่อนุญาต): นักบินผาดโผน, นักประดาน้ำเชิงพาณิชย์, ทหารที่ปฏิบัติการภาคสนาม, นักข่าวในพื้นที่สงคราม มักถูกปฏิเสธการรับประกัน หรือมีการเรียกเก็บ เบี้ยประกันชีวิต สูงมากเป็นพิเศษ



2. อาชีพอิสระ (Freelance) กับการพิจารณาเบี้ย
สำหรับกลุ่ม อาชีพอิสระ หรือฟรีแลนซ์ การพิจารณา เบี้ยประกันชีวิต จะขึ้นอยู่กับ ลักษณะงานจริงที่ทำ:
ฟรีแลนซ์สายออฟฟิศ (นักเขียน, นักแปล): จัดอยู่ในกลุ่ม 1 หรือ 2
ฟรีแลนซ์สายกิจกรรม (ครูสอนดำน้ำ, ช่างภาพที่ต้องเดินทางบ่อย): อาจถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่สูงขึ้น

3. ผลกระทบต่อ เบี้ยประกันชีวิต และสัญญาเพิ่มเติม
เบี้ยประกันหลัก (ชีวิต): อาชีพเสี่ยงสูงจะมีการเพิ่มเบี้ยหลัก (Loading Premium) เพื่อให้ครอบคลุมความเสี่ยงการเสียชีวิตจากการทำงาน
สัญญาเพิ่มเติม (อุบัติเหตุ): สัญญาเพิ่มเติมความคุ้มครองอุบัติเหตุจะได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยอาจมีการปฏิเสธการขายหรือเพิ่มเบี้ยสูงมากสำหรับกลุ่ม 3 และ 4

เมื่อซื้อประกัน ต้องแถลงอาชีพอย่างละเอียดและตรงไปตรงมา การเปลี่ยนอาชีพในภายหลังก็ควรแจ้งให้บริษัททราบ เพราะหากมีการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในอาชีพที่แถลงต่ำกว่าความเป็นจริง บริษัทประกันอาจพิจารณาลดจำนวนเงินสินไหมที่จ่าย
49
ไม่มีอะไรจะน่าหงุดหงิดเท่ากับการเข้าห้องน้ำแล้วต้องเจอกับ กลิ่นเหม็นจากชักโครก ที่ไม่ว่าจะทำความสะอาดอย่างไรกลิ่นก็ไม่หายไป ปัญหานี้ไม่ได้แค่สร้างความรำคาญ แต่ยังส่งผลต่อสุขอนามัยและความมั่นใจในการใช้พื้นที่ส่วนตัวด้วย สาเหตุชักโครกเหม็น และมอบวิธีแก้ ชักโครกมีกลิ่นเหม็น ที่ได้ผลจริง

3 สาเหตุหลักที่ทำให้ 'ชักโครกมีกลิ่นเหม็น'
การจะแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด เราต้องรู้ก่อนว่า ส้วมเหม็น นั้นมีที่มาจากอะไรได้บ้าง สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากปัจจัยเหล่านี้:
1. ปัญหาจากแหวนขี้ผึ้ง (Wax Ring) เสื่อมสภาพ
แหวนขี้ผึ้งคือซีลที่อยู่ใต้ฐานชักโครก ทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้ก๊าซจากท่อระบายน้ำ ย้อนกลับขึ้นมาในห้องน้ำ เมื่อแหวนขี้ผึ้งเสื่อมสภาพ แตก หรือติดตั้งไม่ได้ระดับ ก๊าซมีเทนที่มีกลิ่นแรงก็จะรั่วไหลออกมาได้ นี่คือ สาเหตุชักโครกมีกลิ่นเหม็น ที่พบบ่อยที่สุดและต้องการการซ่อมแซมโดยช่างประปา
2. น้ำในคอห่าน (P-Trap) แห้ง
คอห่าน หรือ P-Trap คือส่วนโค้งของท่อระบายน้ำที่กักเก็บน้ำไว้เพื่อทำหน้าที่เป็น "ตัวกั้นกลิ่น" หากไม่ได้ใช้งานห้องน้ำนั้นเป็นเวลานาน น้ำที่กักไว้ในคอห่านอาจระเหยแห้งไป ทำให้ก๊าซจากท่อระบายน้ำสามารถทะลุผ่านขึ้นมาได้โดยตรง
3. มีสิ่งอุดตันหรือสะสมของเชื้อแบคทีเรีย
สิ่งปฏิกูล เส้นผม หรือคราบสบู่ที่สะสมอยู่ในท่อระบายน้ำ อาจกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อแบคทีเรียและเกิดการย่อยสลาย ทำให้เกิด กลิ่นเหม็นจากชักโครก หรือบริเวณรอบๆ ได้ นอกจากนี้ คราบสกปรกที่ติดอยู่ใต้ขอบชักโครกก็เป็นอีกจุดที่ทำให้เกิดกลิ่นได้เช่นกัน



5 วิธีแก้ชักโครกมีกลิ่นเหม็นด้วยตัวเอง & เมื่อไหร่ที่ต้องเรียกช่าง
ไม่ต้องทนกับ กลิ่นเหม็นจากชักโครก อีกต่อไป ลองใช้วิธีเหล่านี้เพื่อจัดการปัญหา:

1. ทำความสะอาดแบบล้ำลึก เน้นทำความสะอาด ใต้ขอบชักโครก และฐานชักโครกให้ทั่วถึง ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อหรือเบกกิ้งโซดาผสมน้ำส้มสายชู กลิ่นไม่แรงมาก หรือเกิดจากคราบสกปรกทั่วไป
2. เติมน้ำในคอห่าน กดชักโครก 1-2 ครั้ง หรือเปิดน้ำทิ้งไว้เล็กน้อย หากเป็นห้องน้ำที่ไม่ได้ใช้งานนานเมื่อไม่ได้ใช้ห้องน้ำนั้นนานกว่า 2-3 สัปดาห์
3. ใช้ผลิตภัณฑ์เอนไซม์กำจัดกลิ่น เทผลิตภัณฑ์ที่มีเอนไซม์ย่อยสลายสิ่งปฏิกูลลงในชักโครกตามคำแนะนำ เพื่อกำจัดสิ่งที่อุดตันในท่อ   เมื่อสงสัยว่ามีสิ่งอุดตันเล็กน้อยในท่อระบายน้ำ
4. ตรวจสอบรอยรั่วที่ฐาน สังเกตว่ามีน้ำซึมออกมาจากฐานชักโครกหรือไม่ หากฐานโยกเยกอาจเป็นสัญญาณว่าแหวนขี้ผึ้งมีปัญหา   หากกลิ่นคล้ายก๊าซไข่เน่าและฐานชักโครกไม่มั่นคง (ต้องเรียกช่าง)
5. ตรวจสอบท่อระบายอากาศ หากท่อระบายอากาศบนหลังคาอุดตัน (เช่น มีรังนกหรือใบไม้) จะทำให้เกิดแรงดันลบ ดึงน้ำจาก P-Trap และทำให้กลิ่นย้อนกลับเป็นงานที่ควรปรึกษาหรือให้ช่างมาดำเนินการ

การจัดการปัญหา ชักโครกมีกลิ่นเหม็น อาจต้องใช้เวลาในการตรวจสอบและแก้ไข แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอและไม่ทิ้งสิ่งที่ไม่ควรลงในชักโครก หากแก้ไขด้วยตัวเองไม่ได้ อย่าลังเลที่จะติดต่อช่างประปาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อการแก้ปัญหาที่ตรงจุดและถาวร


50
การสร้างมรดกไม่ใช่เพียงการสะสมทรัพย์สิน แต่คือการวางแผนส่งต่อความมั่นคงทางการเงินและความรักให้กับคนที่คุณรักได้อย่างไร้รอยต่อ กรมธรรม์ประกันชีวิต จึงเป็นเครื่องมือสำคัญและทรงพลังที่สุดในการ สร้างมรดก อย่างมีประสิทธิภาพและตรงตามเจตนารมณ์
บทความนี้จะเจาะลึกว่ากรมธรรม์ประกันชีวิตทำงานอย่างไรในการเป็นมรดก และมีข้อดีอย่างไรที่เหนือกว่าการส่งต่อทรัพย์สินในรูปแบบอื่น

ทำไมประกันชีวิตจึงเป็น "มรดก" ที่ดีที่สุด กรมธรรม์ประกันชีวิตทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อจุดประสงค์ในการส่งต่อมรดกโดยเฉพาะ มีข้อดีที่โดดเด่นเหนือสินทรัพย์อื่น ดังนี้:

1. เงินก้อนใหญ่ที่ส่งต่อได้ทันที (Immediate Liquidity)
เมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิต ผู้รับผลประโยชน์จะได้รับ เงินสินไหมทดแทน (Death Benefit) เป็นเงินก้อนตามจำนวนทุนประกันที่ทำไว้ ซึ่งโดยปกติจะดำเนินการจ่ายได้ รวดเร็ว กว่าการจัดการทรัพย์สินอื่นๆ ที่ต้องผ่านกระบวนการทางศาล หรือการแบ่งปันทรัพย์สิน
• ความสำคัญ: เงินก้อนนี้ช่วยให้ครอบครัวที่เหลืออยู่มีสภาพคล่องทางการเงินทันที เพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ชำระหนี้สิน หรือค่าใช้จ่ายพิธีศพ โดยไม่ต้องรอการขายหรือแบ่งทรัพย์สินอื่นที่ต้องใช้เวลา



2. ได้รับเงินเต็มจำนวนโดย ปลอดภาษีมรดก
ตามกฎหมายของประเทศไทย เงินสินไหมทดแทนที่ได้รับจากกรมธรรม์ประกันชีวิตนั้น ไม่ต้องนำมาคำนวณเป็นฐานภาษีมรดก (หากเป็นเงินที่บริษัทประกันจ่ายให้ผู้รับผลประโยชน์โดยตรง) และยัง ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ด้วย
• ความสำคัญ: ผู้รับผลประโยชน์จะได้รับเงินเต็มจำนวนตามที่ระบุในกรมธรรม์อย่างแท้จริง ทำให้เงินมรดกไม่ถูกลดทอนมูลค่าลงไป

3. ความแน่นอนและเป็นส่วนตัว (Privacy & Certainty)
กรมธรรม์ประกันชีวิตเป็นการทำสัญญาส่วนตัวระหว่างผู้เอาประกันกับบริษัทประกันภัย ซึ่งมีผลผูกพันทางกฎหมาย
• ความแน่นอน: จำนวนเงินที่ผู้รับผลประโยชน์จะได้รับถูก กำหนดไว้ตายตัว ตั้งแต่วันทำสัญญา (ตามทุนประกัน)
• ความเป็นส่วนตัว: การส่งต่อมรดกผ่านกรมธรรม์ประกันชีวิตจะ ไม่เข้าสู่กระบวนการพินัยกรรม หรือการจัดการทรัพย์สินของกองมรดกตามปกติ ทำให้การส่งต่อรวดเร็วและเป็นส่วนตัว

ขั้นตอนการวางแผนมรดกด้วยกรมธรรม์ประกันชีวิต การใช้ประกันชีวิตเพื่อสร้างมรดกต้องมีการวางแผนที่ชัดเจน:

1. ประเมินมูลค่ามรดกที่ต้องการ: คำนวณความต้องการทางการเงินของครอบครัวที่เหลืออยู่ (เช่น หนี้สิน, ค่าครองชีพ, ค่าเล่าเรียนบุตร) แล้วกำหนด ทุนประกัน ให้ครอบคลุมความต้องการนั้น
2. ระบุผู้รับผลประโยชน์ให้ชัดเจน: สิ่งสำคัญที่สุดคือการระบุชื่อผู้รับผลประโยชน์ให้ครบถ้วนและชัดเจนในกรมธรรม์ และควรแจ้งให้บุคคลนั้นทราบถึงการมีอยู่ของกรมธรรม์
3. เลือกประเภทประกันที่เหมาะสม:
o ประกันชีวิตตลอดชีพ (Whole Life): เหมาะสำหรับสร้างมรดก เพราะให้ความคุ้มครองยาวนานจนถึงอายุ 90-99 ปี
o Unit Linked (ยูนิต ลิงค์): เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างมรดกที่มีโอกาสเติบโตสูงขึ้นจากการลงทุนในกองทุนรวม


หน้า: 1 2 3 4 [5] 6 7 8 9 10
                             
GPStt.com จะแสดงผลถูกต้อง ฟ้อนต์สวยงาม เข้าเว็บได้เร็ว เมื่อท่านใช้เบราเซอร์ Chrome และ Firefox เท่านั้น ไม่รองรับ Internet Explorer  

กลุ่มท่องเที่ยว การท่องเที่ยว (ททท.) | ททท.ภาคกลาง | ททท.ภูมิภาคภาคตะวันออก | กรม อช.สัตว์ป่าและพันธุ์พืช | จองที่พัก อช.ระบบออนไลน์ | จังหวัดแม่ฮ่องสอน | ททท. สนง.แม่ฮ่องสอน | ศูนย์ศิลปาชีพ จ. แม่ฮ่องสอน | กระทรวงวัฒนธรรม | ศูนย์ข้อมูลมรดกโลก(ก.วัฒนธรรม) | สำนักอุทยานแห่งชาติ | เว็บโครงการหลวงฯ | แหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติ (สำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว)
การเดินทาง, เครื่องนำทาง การบินไทย | โอเรี่ยนไทย | แอร์เอเชีย | Solar Air | บางกอกแอร์เวย์ | บริษัทขนส่งจำกัด (บขส.) | การรถไฟแห่งประเทศไทย | สมบัติทัวร์ | สยามเฟิสท์ทัวร์ | นครชัยแอร์ | รถทัวร์ไทยดอทคอม | ฟรี.. แผนที่GPS ลาว กัมพูชา พม่า (ทั่วโลก) แบบเทพๆ | ดูกล้อง CCTV ทางหลวง 1 | ดูกล้อง CCTV ทางหลวง 2
ลิ้งค์ที่น่าสนใจทั่วไป.. ติดตามการส่งพัสดุEMS | ตรวจผลสลาก.. | speedtest.adslthailand.com | บอร์ดนักวิทยุสมัครเล่น | ตรวจสอบการเป็นนักวิทยุสมัครเล่นจากชื่อหรือนามเรียกขาน |ตรวจสอบนามเรียกขานที่ถูกยกเลิก | กสทช.กิจการวิทยุสมัครเล่น (เค้าอัพเดทแล้วนะ 31/1/60) | Checkdomain.com | ดาวน์โหลดวีดีโอจากเฟซบุ๊ค | ร้านซ่อมดอทคอม | แปลงไฟล์ออนไลน์ youtube เป็น mp3 ลิ้งค์1, ลิ้งค์2, ลิ้งค์3 | convert PDF to JPG | ตระกูลแปลงไฟล์ | แปลงไฟล์ ภาพ webp เป็น jpg | หมากรุกออนไลน์ | ทีวีออนไลน์ | แปลงไฟล์เสียงออนไลน์ | ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย | หมากรุกออนไลน์ | เว็บแปลงค่า-1 | เว็บแปลงค่า-2 | ค้นหาและแบ่งปันหมายเลขโทรศัพท์ที่ไม่รู้จัก | แปลงลิ้งค์ URL ให้สั้นลง | ลบฉากหลังของภาพออนไลน์ด้วย Photoroom | เช็คคีย์บอร์ดออนไลน์ ก่อนเสียเงินซื้อใหม่ |